นายโชคชัย ปัญญายงค์ รองกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ สายกลยุทธ์และพัฒนาธุรกิจ บริษัทการบินไทย จำกัด (มหาชน) และนายพาที สารสิน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท สายการบินนกแอร์ จำกัด ร่วมกันลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือตามแผนกลยุทธ์ ในเส้นทางไป-กลับ เชียงใหม่-แม่ฮ่องสอน ดอนเมือง-พิษณุโลก และดอนเมือง-อุบลราชธานี ตั้งแต่วันที่ 1 มี.ค. 53 โดยนายโชคชัย กล่าวว่า เพื่อเป็นการตอบสนองความต้องการของลูกค้าในเส้นทางดังกล่าวที่การบินไทยได้ ยกเลิกเที่ยวบินไป การบินไทยจึงได้ทำการบินร่วมหรือ Codeshare ร่วมกับสายการบินนกแอร์ ซึ่งยืนยันว่าผู้โดยสารที่ซื้อตั๋วผ่านการบินไทยในราคาการบินไทยจะได้รับ สิทธิพิเศษเหมือนกับการบินกับสายการบินไทย ขณะที่ผู้โดยสารที่ซื้อตั๋วผ่านนกแอร์ก็จะได้รับการบริการในระดับพรีเมี่ยม
อย่างไรก็ตาม จากการสำรวจพฤติกรรมของผู้โดยสารพบว่า ทุกเส้นทางที่การบินไทยยกเลิกเที่ยวบินพบว่า ไม่มีความกังวลในเรื่องของมาตรฐานการให้บริการบนเครื่อง รวมถึงเรื่องของควมปลอดภัยก็ทราบดีว่านกแอร์ได้ใช้มาตรฐานเดียวกับการบินไทย แต่สิ่งที่ผู้โดยสารเป็นห่วงคือความสม่ำเสมอในการให้บริการ รวมทั้งยืนยันว่าการบินร่วมในครั้งนี้ยืนยันว่าไม่มีการเมืองเข้ามาแทรกแซง แต่ทำเพื่อเสนอความต้องการของลูกค้าเดิมของการบินไทย เท่านั้น
“การบินไทยคาดว่าใน 3 เส้นทางจะอัตราความจุต่อลำที่ประมาณ 70% และจะประเมินผลการตอบรับทุกเดือน เพื่อพิจารณาว่าสมควรจะขยายไปในเส้นทางใดบ้าง แต่ยอมรับว่าในเส้นทางทั้ง 3 เส้นทางประสบปัญหาขาดทุนมาตลอด 5 ปีที่ให้บริการ แต่การบินร่วมครั้งนี้ก็จะทำให้แก้ปัญหาการขาดทุนได้ และทุกครั้งที่มีการจองการบินไทยจะสำรองที่นั่งให้ลูกค้าการบินไทยประมาณ 50 ที่นั่งจาก 120 ที่นั่งที่เหลือให้นกแอร์จำหน่ายตั๋ว”นายโชคชัย กล่าว
นอกจากนี้ในส่วนของการจัดตารางบินฤดูร้อนในเส้นทางบินต่างประเทศที่จะเริ่ม ใช้ใน 1 มี.ค.นี้ ได้เพิ่มความถี่และจำนวนที่นั่งจากปีที่แล้ว 10% และจากจำนวนดังกล่าวคาดว่าจะทำให้รายได้การบินไทยรวมเพิ่มขึ้นจากปีที่แล้ว 20%
ด้านนายพาที กล่าวว่า ปีนี้นกแอร์ตั้งเป้ากำไรที่ 150 ล้านบาท จากปีก่อนที่ มีกำไร 384 ล้านบาท เนื่องจากปีนี้ราคาน้ำมันสูงขึ้น แต่เมื่อมีการเปิดเส้นทางร่วมกับการบินไทย ก็คาดว่ากำไรจะเพิ่มเป็น 300 ล้านบาท เกินที่ตั้งไว้ 150 ล้านบาท ส่วนหนึ่งที่ทำให้กำไรมากขึ้นเกิดจากการที่พฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยนไปคือ หันมาเดินทางด้วยเครื่องบินมากขึ้น ในราคาที่ประหยัด โดยตั้งเป้าอัตราความจุต่อลำที่ 70-75%
นอกจากนี้ในอีก 2 ปีนกแอร์ก็มีแนวคิดจะบินในเส้นทางต่างประเทศในแถบเอชีย จากก่อนหน้านี้ที่เคยบินมาก่อน แต่ที่ต้องยกเลิกเพราะประสบปัญหาราคาน้ำมันสูงขึ้น อย่างไรก็ตาม การบินร่วมในครั้งนี้ นอกจากจะเป็นการสนองความต้องการของผู้โดยสารแล้วยังเป็นการร่วมกันปกป้อง น่านฟ้าของไทยให้สายการบินแห่งชาติและสายการบินไทยของคนไทย จากการเปิดเสรีน่านฟ้าที่ปัจจุบันเปิดให้สายการบินต่างชาติสามารถทำการบินใน เส้นทางในประเทศได้ ซึ่งการเปิดบินร่วมกันครั้งนี้ถือว่าเป็นการเดินมาถูกทางแล้ว.Logisticnews
http://www.logisticnews.net/modules.php?m=newsupdate_b&op=detailnewsupda...